ถึงตลาดสมาร์ทโฟนในไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่สำหรับ ASUS ผู้ผลิตอีกหนึ่งราย ยังพอเห็นช่องทางและโอกาสในการสู้ศึก โดยต้นปี 2018 ASUS ZenFone Max Plus (M1) จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของค่ายที่ประเดิมทำตลาดในไทย ซึ่งทีมงาน aripfan ไม่พลาดหยิบมารีวิวให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบรายละเอียดของรุ่นนี้ครับ

ASUS ZenFone Max Plus (M1)

ASUS ZenFone Max Plus (M1) สเปคมีดังนี้

  • สัดส่วนตัวเครื่องมีขนาด 152.6 x 73 x8.8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 160 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD 1440 x 720 พิกเซล อัตราส่วนการแสดง 18:9 กระจกหน้าจอแบบ 2.5D curved
  • ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด ประเภท NANO Sim
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย ZenUI 4.0
  • ชิปประมวลผล MediaTek MT6750T
  • แรม 4GB, หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB รองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ ความละเอียด 16 กับ 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0, แฟลช LED, ถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา มาพร้อมเทคโนโลยี PixelMaster และโหมดพื้นฐานต่าง ๆ , รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 1080p Full HD ที่ 30 fps
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • ระบบความปลอดภัยด้วยสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
  • พอร์ต Micro USB 2.0
  • การเชื่อมต่อ : WLAN 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.0, Wi-Fi direct, GPS, AGPS, GLO, FDD-LTE, TD-LTE, WCDMA, GSM, 2G/3G/4G
  • แบตเตอรี่ความจุ 4130mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ASUS PowerMaster

ตัวเครื่อง

ASUS ZenFone Max Plus (M1) ตัวเครื่องใช้โลหะเป็นวัสดุหลัก ขึ้นรูปในลักษณะที่เรียกว่า Unibody เน้นความเรียบง่าย แฝงด้วยความหรูหรา พื้นผิวด้านหลังมีความมันวาว หากลองสัมผัสอาจรู้สึกได้ถึงความลื่นเล็กน้อย ซึ่งจะคล้ายคลึงกัน Asus Zenfone 4 Max Pro (ZC554KL) ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ น้ำหนัก 160 กรัม ไม่หนักแต่อย่างใด ถือด้วยมือเดียว ถือเล่นเกม หรือถือถ่ายภาพก็ไม่ทำให้ปวดมือแต่อย่างใด

หน้าจอมีขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ HD (1440 x 720 พิกเซล) มาพร้อมอัตราส่วนการแสดงผล 18:9 ที่กำลังเป็นที่นิยมของสมาร์ทโฟนยุคนี้ ทำให้พื้นที่การแสดงผลมีมากขึ้น โดยรวมแล้วใช้พื้นที่ด้านหน้าไปประมาณ 80% เหนือจากหน้าจอจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา ถัดไปเป็นกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยในแถบด้านบนนี้ยังแฝงไปด้วยเซนเซอร์ต่าง ๆ รวมถึงเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับใบหน้าเพื่อปลดล็อคหน้าจอนั่นเอง และสำหรับปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มปิดแอปฯ ทั้งหมด จัดอยู่ในรูปแบบ on-screen

พอร์ตที่ใช้ในสมาร์ทโฟน ASUS รุ่นนี้ ยังเป็น Micro USB 2.0 อยู่กึ่งกลางของระหว่างลำโพงคู่

ถาดใส่ซิมแบบ Triple-Slot Tray ใส่สองซิมพร้อม microSD Card ได้ในคราวเดียว

ตำแหน่งตัวเครื่องด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนตัวเครื่องด้านซ้ายเป็นถาดใส่ซิมประเภท Triple-Slot Tray หมายความว่า ผู้ใช้สามารถใส่ซิม NANO ได้พร้อมกัน 2 ซิม โดยซิมหลักจะรองรับ 4G/3G ส่วนซิมรองจะใช้ได้เฉพาะ 3G ครับ ขณะที่ microSD Card สามารถใส่พร้อมกันได้ทันที ไม่ต้องแบ่งแยกแบบรักพี่เสียดายน้องอีกต่อไป และในรุ่นนี้ยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร อยู่ด้านบนตัวเครื่อง ไว้ให้ต่อหูฟังที่คุณชื่นชอบได้อีกเช่นเคย

แรม 4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB

อาจไม่ใช้แรมที่ให้มาเยอะที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน Android ที่วางขายในไทย แต่แรม 4GB ใน ASUS ZenFone Max Plus (M1) ก็นับว่าเพียงพอที่จะช่วยให้การเรียกใช้แอปฯ , ไฟล์หรือข้อมูลต่าง ๆ หรือหากสลับแอปฯ ไปมา, เรียกใช้แอปฯ ใหม่ โดยที่ยังเปิดแอปฯ เดิมค้างไว้อยู่ ก็ยังช่วยให้การเข้าถึงทำได้รวดเร็วในระดับที่รับได้

ส่วนหน่วยความจำภายในที่ให้มา 32GB ส่วนตัวผมเชื่อว่าบางคนที่มีพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนน้อยนิด ความจุระดับนี้ถ้าไม่ไส่ microSD Card ก็น่าจะใช้งานพอเพียงครับ แต่สำหรับคนที่รู้ตัวว่าต้องมีแอปฯ เกมแน่น ๆ เครื่อง, ถ่ายภาพทุกวัน วันละ 3 เวลา ความจุ 32GB คงไม่พอนะครับ

กล้องถ่ายรูป

เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่คล้ายกับ Asus Zenfone 4 Max Pro (ZC554KL) ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ ด้วยกล้องหลังเลนส์คู่ ที่ตามสเปคระบุว่ามากับความละเอียด 16 กับ 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0, แฟลช LED, ถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา มาพร้อมเทคโนโลยี PixelMaster และโหมดพื้นฐานต่าง ๆ รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 1080p Full HD ที่ 30 fps

ซึ่ง Ultra Wide ของเลนส์กล้องตัวที่สองสามารถถ่ายภาพได้ในมุมกว้างถึง 120 องศา ซึ่งใครที่อยากถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ สามารถเลือกเมนูได้ทันทีเมื่อเปิดกล้องครับ โดยในหน้ากล้องจะเห็นว่ามีปุ่มให้ด้านบนอยู่สองปุ่ม ปุ่มแรกจะเป็นการใช้กล้องตัวแรกมที่้จะให้ภาพในลักษณะปกติ ในสัดส่วน 4 : 3 แต่หากเรากดอีกปุ่มหนึ่งระบบจะเปลี่ยนมาใช้เลนส์ Ultra Wide ให้อัตโนมัติ ทำให้เราเห็นภาพในมุมกว้างถึง 120 องศา แต่ข้อจำกัดของการใช้ Ultra Wide จะไม่มีระบบ auto focus และความละเอียดจะถูกปรับเหลือเพียง 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น

ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Beauty ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้สวยเนียนได้ก่อนเซลฟี่ และสำหรับคนใช้ LIVE ผ่านโซเชียลอย่าง Facebook หรือ YouTube ในสมาร์ทโฟน ASUS รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับแอปฯ Selfie Master ที่มีโหมด Beauty ปรับหน้าให้เนียนใสแบบเรียลไทม์ระหว่าง LIVE ได้ด้วย

ตัวอย่างภาพถ่าย

ภาพจากกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล อัตราส่วน 4:3

ภาพเดียวกันในโหมด Ultra Wide 

ภาพจากกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล อัตราส่วน 4:3

ภาพเดียวกันในโหมด Ultra Wide 

ภาพจากกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล อัตราส่วน 4:3

ภาพเดียวกันในโหมด Ultra Wide 

ภาพจากกล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล อัตราส่วน 4:3

ภาพเดียวกันในโหมด Ultra Wide 

 

สแกนใบหน้า


เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่นนี้ นอกเหนือจากสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มหลัง ซึ่งจากการทดสอบสแกนใบหน้าสำหรับปลดล็อคเครื่อง มีความไวอยู่ในระดับที่รับได้ แต่การจะใช้งานต้องอยู่สถานที่ที่มีสภาพแสงเพียงพอ และบางครั้งยังมีสแกนไม่ติดบ้าง

แบตเตอรี่


เป็นอีกหนึ่งจุดขายของรุ่นนี้ ซึ่งแบตเตอรี่ความจุ 4130mAh สามารถยืนระยะการใช้งานได้ 1 วันแบบสบาย แถมยังมีตัวช่วยเป็นแอปฯ PowerMaster ที่มีเมนูยืดอายุใช้งาน x2 เพิ่มขีดความสามารถให้แบตเตอรี่ใช้งานต่อไปได้อีกถึง 2 เท่า แถมด้วยเมนูโหมดของแบตเตอรี่ สามารถปรับเลือกโหมดเพื่อการจัดสรรการใช้พลังงาน

ซอฟต์แวร์






ภายใต้ ZenUI 4.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat หน้าตาของการใช้งานค่อนข้างเข้าถึงง่าย แอปฯ ที่ให้มาตัวเครื่องไม่รกหรือกินพื้นที่ตัวเครื่องนัก มีบริการจาก Google และบริการจาก ASUS มาให้ใช้งานอย่างพร้อมหน้า

บทสรุปการรีวิว ASUS ZenFone Max Plus (M1)

งานออกแบบของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของ ASUS ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยครับ น้ำหนักไม่มา ถือได้สบายๆ ลูกเล่นภายในระบบไม่ได้มีสิ่งใดหวือหวามากนัก ซึ่งจุดเด่นแบ่งเป็น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ กล้องหลังเลนส์คู่, สแกนใบหน้า และแบตเตอรี่ ที่พ่วงมากับความสามารถในการเป็นพาวเวอร์แบงค์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนอีกเครื่องก็ได้ ส่วนคุณภาพเสียงจากลำโพงคู่ยังต้องพัฒนาขึ้นให้ดีขึ้นกว่านี้ครับ

The post รีวิว ASUS ZenFone Max Plus (M1) appeared first on AripFan.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here